ขายของออนไลน์ควรเปิดเว็บไซต์หรือ fan page ดี




           คำถามนี้ผมจะเจอบ่อยๆ เมื่อคุยกับเพื่อนๆ ที่ขายของออนไลน์ด้วยกัน  ทั้งตามเว็บบอร์ดเกี่ยวกับการขายของออนไลน์หรือเพื่อนๆ ที่รู้จักกัน  จุดประสงค์ที่ถามก็เพื่อพัฒนาการขายของออนไลน์  หรือแม้กระทั่งคนที่คิดว่ากำลังจะเริ่มเปิดร้านขายอะไรดีออนไลน์ก็ตาม  ว่าทั้งสองอย่างนี้มันมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรบ้าง  ดังนั้นผมจึงอยากรวบรวมข้อมูลต่างๆ และประสบการณ์ที่ผมมีจากการขายของออนไลน์มากว่า 3 ปีแล้ว  โดยผมเริ่มต้นจากการทำเว็บและตอนนี้ก็เริ่มขยายมาลุยตลาด facebook มากขึ้น  เพราะเห็นมีเพื่อนๆ หลายคนบอกว่าขายดิบขายดี  ซึ่งช่วงนี้อยู่ในช่วงของการศึกษาและทดลองลงมือทำการตลาดก็พอจะรู้แนวทางและแนวโน้มคร่าวๆ  เลยอยากจะเขียนบันทึกไว้ในเว็บขายอะไรดีดอทคอมแห่งนี้เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ บ้าง

            สำหรับผมแล้วที่อยากจะแนะนำคือทำควบคู่กันไปครับ  เพราะทั้ง 2 อย่างจะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน  ซึ่งเว็บไซต์กับ fan page มีสิ่งที่ส่งเสริมและแตกต่างกันที่ผมพอจะสรุปได้ดังนี้ครับ

  1. การทำเว็บไซต์นั้นมีค่าใช้จ่ายหลักๆ เช่น ค่าจ้างทำเว็บไซต์หรือค่าเว็บไซต์สำเร็จรูป  ค่าโดเมนเนม และค่าโฮสติ้ง เป็นต้น  ส่วน fan page นั้นใช้ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเว้นแต่เราทำไม่เป็นและจ้างคนอื่นทำให้  หรือเราอยากจะจ้างนักออกแบบเพื่อความสวยงามเท่านั้น
  2.  facebook fan page  มีความรวดเร็วกว่าเว็บไซต์ อัพเดทปุ๊บลูกค้าก็จะเห็นปั๊ปเลย  แต่โพสจะแสดงแป๊บเดียวก็จะเริ่มตกลงไปด้านล่าง  ดังนั้นเราต้องขยันอัพเดทตลอดแต่อย่ามากเดี๋ยวเพื่อนๆจะรำคาญเอาครับ  เผลอๆถึงขั้นดิสไลค์ก็ได้  แต่เว็บไซต์นั้นจะทำตลาดช้ากว่าเพราะจะมีสองทางที่ลูกค้าจะเข้ามาเจอ คือ ค้นหาจาก GooGle และจากการโปรโมทของเรา เช่น การลงโฆษณา เป็นต้น ดังนั้นการทำเว็บไซต์เพียงอย่างเดียวจะลงทุนสูงและเห็นผลช้ากว่า
  3. การมีเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์จะดูมีความน่าเชื่อมากกว่า  เนื่องจากหากเราอยากจะขายของออนไลน์อย่างจริงจังและถูกต้อง  เราต้องจดทะเบียนการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และจดทะเบียนกับ สคบ. ด้วย  ซึ่งนี่คือสิ่งบ่งบอกถึงความน่าชื่อถือของเว็บเรา  ส่วน fan page กฎหมายไม่ได้บังคับให้จดทะเบียนความน่าเชื่อถือตรงนี้จึงขาดหายไป และมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้ากับเราด้วย
  4. ขายของผ่านเว็บไซต์ทุกวันนี้ต้องขึ้นอยู่กับgoogle มากเกินไป  พูดง่ายๆคือถ้าอันดับเว็บไซต์ของเราไม่ดีในหน้าค้นหาของ Google โอกาสขายของได้ก็น้อยละ  เพราะเมื่อคนไม่เจอร้านค้าของเราก็เป็นเรื่องยากที่จะมีคนซื้อ  ดังนั้นหากเราต้องการให้คนเห็นเว็บเรามากๆ ก็จำเป็นต้องลงโฆษณาซึ่ง google เค้าก็มีระบบโฆษณารองรับอยู่เรียกว่า Adword  โดยเราสามารถเลือกให้แสดงตามคำที่ลูกค้าค้นหาได้  ส่วน facebook นั้นค่อนข้างที่จะมีระบบการบอกต่อที่ดีคือการแชร์และไลค์นั่นเอง  แต่ก็มีระบบโฆษณารองรับด้วยเช่นกันแต่จะจำกันเฉพาะคนที่เล่น facebook เท่านั้น  ดังนั้นลูกค้าก็จะมีเฉพาะคนที่เล่น facebook นั่นเอง
  5. เว็บไซต์นั้นมีความยืดหยุ่นสามารถปรับแก้หรือปรับแต่งได้ตามที่เราต้องการ  หากทำไม่เป็นก็มีผู้ให้บริการทำให้อยู่มากมายช่วยทำให้เรา  ส่วน facebook นั้นมีข้อจำกัดปรับแต่งได้น้อยอย่างมากก็ความสวยงามเล็กๆน้อยส่วนเรื่องระบบต่างๆ นั้นแก้ไขไม่ได้เพราะไม่ใช่ของเรา

ทั้ง 5 นี้เป็นสิ่งที่ผมกลั่นกรองออกมาจากประสบการณ์ส่วนตัวไม่ถูกใจใครก็หออภัยไว้ก่อน  แต่สิ่งที่ผมย้ำอีกทีว่าหากเราอยากจะทำการค้าขายออนไลน์อย่างจริงจังควรจะทำทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไปเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกัน  หากเราขยันทำขยันศึกษารับรองประสบความสำเร็จสามารถทำเป็นอาชีพหลักได้อย่างแน่นอนครับ  ในบทความต่อไปผมตั้งใจไว้ว่าจะเขียนบอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวการขายของออนไลน์ใน facebook Group  คือการตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อรวบรวมคนที่ชอบในเรื่องเดียวกันมาพูดคุยกัน  ซึ่งสามารถทำเงินให้กับเราได้  แต่จะเริ่มต้นอย่างไรและมีเทคนิคหรือวิธีการอย่างไรต้องติดตามอ่านกันครับ

 

อ่านบทความ : แนวทางการขายของออนไลน์ใน Facebook Group ว่าจะขายอะไรดี

 

บทความโดย  ขายอะไรดี.com

ถ้าเห็นว่าบทความเป็นประโยชน์ก็ Like ได้นะครับ




Leave a Reply

avatar
  Subscribe  
Notify of